ข้อมูลเกม

Earth Tower

วันที่ประกาศ : 10-Apr-18

Earth Tower

Earth Tower หรือที่เรียกกันแบบย่อๆ ว่า ET เป็นดันเจี้ยนที่ผู้เล่นสามารถลงได้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง(2 ครั้ง หากมี Token) ซึ่งลงได้ตั้งแต่เลเวล 260 เป็นต้นไปและเป็นดันเจี้ยนพิเศษที่เอาไว้หาไอเทมสวมใส่และอาวุธต่างๆ สำหรับการลงดันเจี้ยนนี้มีความจำเป็นที่จะต้องจัดปาร์ตี้ไปลงเอง ไม่สามารถจับสุ่มปาร์ตี้ลงได้ โดยทางลงจะตั้งอยู่ที่แมพ Istora Ruins
 

ภายในดันเจี้ยน Earth Tower จะมีทั้งหมด 40 ชั้น แบ่งเป็น 2 โซนคือ Lolopanther และ Solmiki ซึ่งการที่จะเข้าไปยังโซนของ Solmiki นั้นเราจะต้องเคยผ่าน Lolopanther ให้ได้ก่อน



Lolopanther

โซน Lolopanther หรือชั้นที่ 1-20 ของ Earth Tower สามารถลงเล่นได้ตั้งแต่เลเวล 260 เป็นต้นไป แต่เลเวลที่แนะนำคือ 280 ขึ้นไป ไอเทมที่ได้จากการลงชั้น Lolopanther คือของสวมใส่ และอาวุธเลเวล 270 ซึ่งในปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้วและมักจะข้ามไปหาไอเทมในโซน Solmiki กันมากกว่า

 
Solmiki

Solmiki เป็นดันเจี้ยน Earth Tower ตั้งแต่ชั้นที่ 21-40 ผู้เล่นสามารถลงได้ตั้งแต่เลเวล 310 เป็นต้นไป แต่เลเวลที่แนะนำคือ 325+ และหากเราต้องการที่จะลงเล่นในส่วนของ Solmiki นั้นจำเป็นจะต้องผ่าน Lolopanther ชั้น 20 เสียก่อน ไอเทมที่ได้จากการลงชั้น Solmiki คือของสวมใส่ และอาวุธเลเวล 330

 
การจัด Party สำหรับลง Earth Tower

เนื่องจาก Earth Tower เป็นดันเจี้ยนสำหรับช่วงเลเวล 310 แต่เลเวลสูงสุดในเกมตอนนี้คือ 360 เพราะฉะนั้นการจัดปาร์ตี้เฉพาะทางจึงไม่มีความสำคัญมากเท่าการเล่นในสมัยก่อน โดยการจัดทีมเบื้องต้นในปัจจุบันจะมีประมาณนี้คือ  DPS 1-2 คน , Chronomancer 1-2 คน และพระ 1 คน ก็สามารถลงได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องจัดบิ้วเฉพาะทางแบบแต่ก่อน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีบางอาชีพที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษซึ่งเราจะพูดถึงในหัวข้อถัดไป

 
อาชีพที่เห็นค่อนข้างบ่อยในการลง Earth Tower

1. Cryomancer : แม้ว่าล่าสุดจะมีการปรับความสามารถของอาชีพนี้ลงไปบ้างทำให้สกิลหากินอย่าง Frost Pillar ไม่สามารถรวบมอนสเตอร์ได้แล้ว แต่ก็ได้ความสามารถในการ CC เพิ่มเข้ามาแทนทำให้ยังเป็นที่นิยมอยู่แม้จะมีการปรับมาแล้วก็ตาม ดังนั้นโดยรวมแล้วยังสามารถที่จะใช้งานได้เพียงแต่ต้องปรับตัวเล็กน้อย 

2. Chronomancer : อาชีพที่แทบจะขาดไม่ได้เลยในการลง Earth Tower เนื่องจากมีสกิลที่จำเป็นหลายอย่างทั้งการเร่งความเร็วการเคลื่อนที่หรือการลดคูลดาวน์สกิลให้กับทีม เรียกได้ว่าอย่างน้อยควรจะมีคนที่เล่นอาชีพนี้สักคนภายในทีม ซึ่งถ้าหากว่าผ่านสายอาชีพอย่าง Cryomancer มาด้วยล่ะก็จะเป็นที่รักของปาร์ตี้มาก 

3.Peltasta : อาชีพที่ถูกหยิบมาลงดันเจี้ยน Earth Tower ค่อนข้างบ่อยในช่วงหลัง เนื่องมาจากมีสกิลที่สามารถลากมอนสเตอร์ได้อย่าง Swash Buckling ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีมากในการช่วยดึงมอนสเตอร์มาให้เพื่อนในปาร์ตี้ช่วยกันจัดการ 

4. Cleric Class : สำหรับสายพระขอเหมารวมไว้พูดรวดเดียวเลยแล้วกันครับ ในการลง Earth Tower นั้นสายพระควรจะผ่าน Cleric มาอย่างน้อยสัก 2 เพื่อเป็นการการันตรีว่าอย่างน้อยก็มีช่องฮีลอยู่ 10 ช่อง ส่วนอีกอาชีพที่ควรจะมีเอาไว้คือ Priest C3 เนื่องจากสกิลที่จำเป็นในการช่วยเหลือปาร์ตี้จะอยู่กับคลาสนี้หลายสกิลเลยทีเดียว ซึ่งอย่างน้อยๆ หากมี Cleric C2 และ Priest C3 ก็สามารถลงได้แล้วครับ ส่วนอาชีพอื่นๆ อย่าง Oracle จะมีสกิลที่เอาไว้ผ่านบางชั้นได้ง่ายขึ้นแต่โดยรวมแล้วไม่ถึงกับจำแป็นเท่าไหร่

5. DPS : เช่นเดียวกันกับหัวข้อด้านบนทางผู้เขียนขออนุญาตรวบรวมกันไปเลย ในส่วนของสาย DPS ไม่จำเป็นว่าจะต้องจำกัดเฉพาะบางอาชีพแบบแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะด้วยความที่ Max เลเวลของตัวละครภายในเกมเพิ่มสูงขึ้นและอาวุธใหม่ๆ ก็มีค่าสเตตัสที่ค่อนข้างสูง ถ้าหากอยากจะลงขอเพียงมีของและไอเทมในระดับนึงก็สามารถลงได้ไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นอาชีพที่มีสกิลหมู่ด้วยก็จะทำให้การลงดันเจี้ยนค่อนข้างง่ายเช่น Doppelsoeldner, Warlock, Mergen, Schwarzer Reiter เป็นต้น 

Item สำหรับใช้ลง Earth Tower

ไอเทมหรืออุปกรณ์ขั้นต่ำที่ควรมีสำหรับใช้ลง Earth Tower : Solmiki เป็นอย่างน้อยคือ Hunting Groung 315 สีม่วง และอาวุธควรจะ Transcendence ที่ขั้นต่ำ Stage 4-5 เลเวล Attribute ของสกิลดาเมจหลักๆ ไม่ควรจะต่ำกว่าเลเวล 70 สำหรับตำแหน่งดาเมจหลักของปาร์ตี้

 


ลักษณะของ Earth Tower

Earth Tower จะถูกแบ่งทุก 5 ชั้น และมีแพทเทิร์นค่อนข้างตายตัวในแต่ละชั้นดังนี้ 

ชั้น Damage Check : ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 1 และ เลข 6 ทั้งหมด ลักษณะของชั้นนี้คือ การเคลียร์มอนสเตอร์ให้ได้ครบตามจำนวน ภายในระยะเวลาที่กำหนด
ชั้น Defense : ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 2 และ 7 ทั้งหมด ลักษณะของชั้นนี้คือ การป้องกันสิ่งปลูกสร้าง หรือ NPC ต่างๆ แล้วแต่เงื่อนไขที่ชั้นนั้นๆ กำหนด
ชั้น Condition : ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 3 และ 8 ทั้งหมด ลักษณะของชั้นนี้คือ การทำลายสิ่งก่อสร้างให้หมด โดยบางครั้งจะต้องได้รับบัฟพิเศษตามเงื่อนไข เพื่อที่จะโจมตีสิ่งก่อสร้างนั้นๆ
ชั้น Damage Check 2 : จะเป็นชั้นที่คล้ายกับชั้นที่เป็น Damage Check แต่จะมีมอนสเตอร์ Elite ปรากฏออกมาด้วย และจำนวนมอนสเตอร์ที่ใช้สำหรับผ่านชั้นนี้ จะใช้จำนวนไม่สูงมาก
ชั้น Boss : ชั้นที่ลงท้ายด้วยเลข 5 และ 0 ทั้งหมด ลักษณะของชั้นนี้คือ จัดการ Boss ของชั้นให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด



แนวทางการผ่านด่านชั้น 21F – 40F

ในปัจจุบัน ของสวมใส่ของ Lolopanther นั้นไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป เนื่องจากเป็นของเลเวลค่อนข้างต่ำ ทำให้การลง Lolopanther โดยส่วนใหญ่เป็นเพียงเพื่อทำการปลดล๊อค Solmiki เท่านั้น ดังนั้นภายในบทความนี้เราจะนำเสนอทิปและเทคนิคในส่วนของ Solmiki เป็นหลัก

21F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 150 ตัว ภายในระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้ใช้อาชีพที่สามารถรวบมอนสเตอร์หรือดึงมอนสเตอร์ได้รวบมอนสเตอร์เอาไว้ช่วงตรงกลางแผนที่เพื่อให้สายดาเมจจัดการได้ง่ายๆ อาทิเช่น Snow Rolling ของ Cryomancer หรือ Swash Buckling ของ Peltasta

 
22F
เงื่อนไข : ป้องกันแท่นหินตรงกลางห้องเป็นระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ชั้นนี้เราสามารถให้เพื่อนที่เล่นเป็น Cryomancer-Chrono ขึ้นไปเล่นคู่กับ Cleric โดยที่ให้เพื่อนที่เป็น Cryomancer-Chrono คอยหยุด และลากมอสเตอร์ทิ้ง แล้วให้ Cleric เป็นคนฮีลแท่นที่ต้องป้องกันได้
 

23F
เงื่อนไข : ทำลาย Large Unidentified Egg ให้ได้ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ตีมอนสเตอร์ Green Griba เพื่อรับบัฟสำหรับโจมตี Large Unidentified Egg ให้แตก โดยพยาม รวมมอนสเตอร์ไว้ตรงกลาง แล้วทำการโจมตีทีเดียว

24F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 50 ตัว ภายในระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้รวบมอสเตอร์ รวมถึงวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้ง่ายๆ 

 
25F
เงื่อนไข : จัดการ Boss ให้ได้ ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ชั้น 25 เป็นบอสที่ใช้พิษ ควรระวังบ่อพิษของ Boss ให้ดีหากมีพระที่ผ่าน Oracle มาเราสามารถใช้สกิล Counter Spell ลบบ่อพิษของบอสได้

 
26F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 165 ตัว ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายๆ

 
27F
เงื่อนไข : ปกป้อง Shaman Doll ทั้งหมด 6 ตัว เป็นระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ชั้นนี้จำเป็นจะต้องใช้สกิลกันดีบัฟ หรือใบ Dispell เนื่องจากมอนสเตอร์ในชั้น มีสกิลดีบัฟค่อนข้างเยอะไม่ว่าจะเป็น Ice Pike หรือ Raise ถ้ามี Plague Doctor หรือ Oracle จะช่วยได้มาก และถ้ามี Cryomancer-Chrono 2 คนจะทำให้เล่นได้ง่ายขึ้น เนื่องจากมีสกิลต่างๆ คอยหยุดมอนสเตอร์

 
28F
เงื่อนไข : ทำลายคริสตัลทั้ง 4 ทิศให้ได้ ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : หากใช้ Ice Wall ตั้ง แล้วช่วยกันโจมตี Ice Wall จะสามารถทำลายคริสตัลได้เร็วมาก

 
29F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 60 ตัว ภายในระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายๆ

 
30F
เงื่อนไข : จัดการ Boss ให้ได้ ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : บอสชั้น 30 เป็นบอสที่มีสกิล Knockback และสามารถฟื้นเลือดได้ ควรใช้ Ice Wall ยกบอสขั้น แล้วให้เพื่อนทำดาเมจใส่ ก็จะสามารถผ่านได้อย่างรวดเร็ว

 
31F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 180 ตัว ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายดาย

 
32F
เงื่อนไข : ปกป้องกล่อง 2 ใบ ตรงกลางห้อง เป็นระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ชั้นนี้เราสามารถให้เพื่อนที่เล่นเป็น Cryomancer-Chrono ขึ้นไปเล่นคู่กับ Cleric โดยที่ให้เพื่อนที่เป็น Cryomancer-Chrono คอยหยุด และลากมอสเตอร์ทิ้ง แล้วให้ Cleric เป็นคนฮีลกล่องที่ต้องป้องกัน

 
33F
เงื่อนไข : ทำลาย Soul Starved Demon 2 เสา ให้ได้ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ระหว่างการโจมตีจะมีสิ่งกีดขวางขึ้นมาเป็นระยะๆ รวมถึงทำดาเมจที่รุนแรงใส่เรา ควรรีบทำลายเสาให้เร็วที่สุด

 
34F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 70 ตัว ภายในระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายๆ

 
35F
เงื่อนไข : จัดการ Boss ให้ได้ ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : บอสชั้น 35 เป็นบอสที่สามารถมุดดินได้ และมี Mini Boss เป็นลูกน้อง 1 ตัว เราสามารถใช้ Ice Wall เพื่อยกบอสขึ้น แล้วให้เพื่อนทำดาเมจได้ ส่วนลูกน้องสามารถหยุดได้ด้วย Stop จะทำให้ผ่านได้ง่ายขึ้นมาก

 
36F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 195 ตัว ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายดาย

 
37F
เงื่อนไข : ปกป้องนางฟ้าที่หน้าประตูทางขึ้นชั้นถัดไป เป็นระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ไปยืนบริเวณจุดที่อยู่ในรูปด้านล่าง แล้วจัดการมอนสเตอร์ชุดแรกให้หมด หลังจากนั้นก็สามารถพักได้จนหมดเวลา
 

38F
เงื่อนไข : จัดการ Terra Unicorn 5 ตัว ให้ได้ภายในระยะเวลา 04.30 นาท
เทคนิคการเล่น : Terra Unicorn จะเกิดกระจายอยู่รอบห้อง วิ่งจัดการให้ครบก่อนหมดเวลา

 
39F
เงื่อนไข : เคลียร์มอนสเตอร์ 80 ตัว ภายในระยะเวลา 4.30 นาที
เทคนิคการเล่น : ให้รวบมอสเตอร์หรือวิ่งลากมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณรอบนอกให้มารวมกันตรงกลาง เพื่อให้เพื่อนที่เป็นดาเมจจัดการได้อย่างง่ายดาย

 
40F
เงื่อนไข : จัดการ Boss ให้ได้ ภายในระยะเวลา 04.30 นาที
เทคนิคการเล่น : บอสชั้น 40 เป็นบอสที่ใช้เวทย์รุนแรง และมีลูกน้องเป็น Mini Boss อีก 3 ตัว หากมี Oracle ใช้ Counter Spell ดาเมจเวทย์จากบอสก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป ส่วนลูกน้องใช้วิธีเดียวกับชั้น 35 ได้เลย
 

หลังจากที่เล่นจนจบ 40F แล้ว เราจะได้พบประตูไปสู่ชั้นพิเศษ Earth Sanctum เพื่อพบกับเทพธิดา Zemyna เราสามารถพูดคุยกับนางและนางฟ้ารับใช้เพื่อทราบเนื้อเรื่องของเกม



 
การจบชั้นและรางวัล Earth Tower

ในการลง Earth Tower เราสามารถเลือกจบการลง Earth Tower ได้ทุก 5 ชั้น หลังจากที่เราจัดการ Boss ได้ จะมีหน้าต่างขึ้นมาที่หน้าจอของหัวหน้าปาร์ตี้ เพื่อที่จะเลือกว่าจะเล่นต่อ หรือจบการลง Earth Tower ในรอบนั้นๆ หากเลือกที่จะจบการลง Earth Tower ก็จะได้รับกล่องประจำชั้น และ Earth Fragment ตามจำนวนที่กำหนดในแต่ละชั้นมา โดยที่ Earth Fragment ที่จะได้รับได้แต่ละชั้นจะเป็นไปตามนี้
25F: Lv2 Earth Fragment x10
30F: Lv2 Earth Fragment x15
35F: Lv2 Earth Fragment x20
40F: Lv2 Earth Fragment x25



ชนิดและค่า Re-roll ของ Earth Tower Cube

ปัจจุบัน Earth Tower ได้เปลี่ยนรูปแบบการเปิดกล่อง และราคา re-roll กล่องแล้วซึ่งราคาค่าเปิดกล่องแต่ละชนิดจะเป็นดังต่อไปนี้
25F Cube - ค่า re-roll ครั้งแรก = 3,500,000 silver ครั้งที่ 2 = 1,400,000 silver
30F Cube - ค่า re-roll ครั้งแรก = 4,200,000 silver ครั้งที่ 2 = 1,680,000 silver
35F Cube - ค่า re-roll ครั้งแรก = 4,900,000 silver ครั้งที่ 2 = 1,960,000 silver
40F Cube - ค่า re-roll ครั้งแรก = 6,300,000 silver ครั้งที่ 2 = 2,520,000 silver
หมายเหตุ: เราสามารถแลกไอเทม Solmiki ได้ที่ NPC Kedoran Merchant Alliance Operator ที่อยู่ทางซ้ายมือของเสาทางลง Earth Tower




Solmiki Item

25F
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ส่วนละ 5 กล่อง (รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 
30F
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ขั้นต่ำส่วนละ 5 กล่อง (รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 
35F 
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ขั้นต่ำส่วนละ 5 กล่อง (รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 
40F - อาวุธมือรอง/โล่
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ขั้นต่ำส่วนละ 8 กล่อง สำหรับอาวุธมือรอง และโล่ (รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 
40F - อาวุธมือเดียว
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ขั้นต่ำส่วนละ 15 กล่อง สำหรับอาวุธมือเดียว (รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 
40F - อาวุธสองมือ
สามารถแลกไอเทมได้ดังนี้ โดยใช้ขั้นต่ำส่วนละ 18 กล่อง สำหรับอาวุธ 2 มือ(รวมการ Re-roll กล่อง 2 ครั้งแล้ว)

 




 Credit: MYPLAYPOST.COM

< กลับหน้าหลัก